26 สิงหาคม 2026

ข้อกฎหมายระยะร่นและกฎกระทรวง ที่ควรรู้ก่อนสร้างโรงงานและคลังสินค้า

01 factory construction laws regulations

การวางแผนก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้า นอกจากความสำคัญในด้านการจัดสรรงบประมาณ การเลือกวัสดุโครงสร้าง และการวางระบบวิศวกรรมแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็น “ปราการด่านแรก” ที่เจ้าของธุรกิจและผู้พัฒนาโครงการห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด คือ ข้อกฎหมายควบคุมอาคารและกฎกระทรวงผังเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “ระยะร่น” (Setback) และพื้นที่ว่าง (Open Space Ratio)

การสร้างอาคารอุตสาหกรรมโดยไม่ศึกษาข้อกฎหมายให้ถี่ถ้วน อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในอนาคต เช่น การขอใบอนุญาตก่อสร้าง (อ.1) ไม่ผ่าน, การโดนสั่งระงับการก่อสร้าง, หรือกรณีร้ายแรงที่สุดคือการโดนสั่งทุบทิ้งอาคารบางส่วนเนื่องจากละเมิดระยะร่นตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร บทความนี้ Smart Building จะเจาะลึกข้อกฎหมายระยะร่นและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มโครงการได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย 100%

สร้างโรงงานผิดกฎหมายผังเมือง แก้ไขยาก! วิธีเช็คสีผังเมืองเบื้องต้น

ก่อนที่จะลงลึกไปถึงระยะร่นของตัวอาคาร สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือ “ผังเมืองรวม” (Comprehensive Land Use Plan) ของพื้นที่ที่ตั้งที่ดิน เนื่องจากกฎหมายผังเมืองถูกกำหนดขึ้นเพื่อควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินในแต่ละจังหวัดอย่างเป็นระเบียบ

ที่ดินแต่ละประเภทจะมี “สีผังเมือง” กำหนดไว้ชัดเจน เช่น:

  • พื้นที่สีม่วง (ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า): เหมาะสำหรับการสร้างโรงงานได้ทุกประเภทและคลังสินค้าขนาดใหญ่
  • พื้นที่สีม่วงอ่อน (ที่ดินประเภทนิคมอุตสาหกรรม): รองรับการพัฒนาโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ
  • พื้นที่สีชมพู (ที่ดินประเภทโครงการคมนาคมและขนส่ง/ชุมชน): สามารถสร้างคลังสินค้าและโรงงานบางประเภทได้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและประเภทกิจการ
  • พื้นที่สีเขียว (ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม): มีข้อจำกัดสูงมากในการสร้างโรงงาน ส่วนใหญ่สร้างได้เฉพาะโรงงานแปรรูปทางการเกษตร หรือคลังสินค้าขนาดไม่เกินที่กฎหมายท้องถิ่นกำหนด

หากสร้างโรงงานในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามผังเมือง จะไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ได้ ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบผังเมืองรวมประจำจังหวัดกับกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือเทศบาล/อบต. ในท้องที่ให้แน่ชัดก่อนการกว้านซื้อที่ดินเสมอ

เจาะลึกกฎหมาย “ระยะร่น” (Setback) สำหรับอาคารอุตสาหกรรม

ระยะร่น (Setback) คือ ระยะห่างขั้นต่ำที่วัดจากแนวเขตที่ดิน สาธารณประโยชน์ หรือถนนสาธารณะ จนถึงแนวผนังหรือเสาของอาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงฉบับต่างๆ ซึ่งมีข้อกำหนดหลักที่ต้องจำขึ้นใจดังนี้:

1. ระยะร่นจากแนวเขตที่ดินข้างเคียง (Neighboring Land Setback)

ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ออกตามความใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร กำหนดระยะร่นของอาคารโรงงานและคลังสินค้าไว้ดังนี้:

  • อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร: ผนังอาคารด้านที่มีช่องเปิด (ประตู, หน้าต่าง, ช่องระบายอากาศ) ต้องอยู่ห่างจากเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร หากเป็นผนังทึบต้องอยู่ห่างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร
  • อาคารที่มีความสูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่เกิน 23 เมตร: ผนังอาคารด้านที่มีช่องเปิดต้องอยู่ห่างจากเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 3.00 เมตร
  • อาคารขนาดใหญ่พิเศษ / คลังสินค้าขนาดใหญ่: ในกรณีที่อาคารมีพื้นที่รวมกันเกิน 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป กฎหมายมักกำหนดให้มีระยะเว้นว่างโดยรอบอาคาร (Clearance Area) ไม่น้อยกว่า 5.00 เมตร เพื่อความปลอดภัยและการสัญจรของรถดับเพลิง

2. ระยะร่นจากริมถนนสาธารณะ (Public Road Setback)

ระยะร่นจากถนนสาธารณะจะคำนวณจากความกว้างของถนนหน้าโครงการ:

  • ถนนสาธารณะกว้างน้อยกว่า 10 เมตร: ต้องร่นแนวอาคารห่างจาก “ศูนย์กลางถนนสาธารณะ” อย่างน้อย 6.00 เมตร
  • ถนนสาธารณะกว้างตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป แต่ไม่เกิน 20 เมตร: ต้องร่นแนวอาคารห่างจาก “เขตถนนสาธารณะ” อย่างน้อย 1 ใน 10 ของความกว้างถนน
  • ถนนสาธารณะกว้างเกิน 20 เมตรขึ้นไป: ต้องร่นแนวอาคารห่างจากเขตถนนสาธารณะอย่างน้อย 2.00 เมตร

3. ระยะร่นจากแหล่งน้ำสาธารณะ (Waterway Setback)

  • แหล่งน้ำสาธารณะมีความกว้างน้อยกว่า 10 เมตร: ต้องร่นแนวอาคารห่างจากขอบแม่น้ำ/ลำคลอง ไม่น้อยกว่า 3.00 เมตร
  • แหล่งน้ำสาธารณะมีความกว้างตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป: ต้องร่นแนวอาคารห่างจากขอบแม่น้ำ/ลำคลอง ไม่น้อยกว่า 6.00 เมตร
  • แหล่งน้ำขนาดใหญ่ (เช่น บึง, ทะเลสาบ, ทะเล): ต้องร่นแนวอาคารห่างจากขอบน้ำไม่น้อยกว่า 12.00 เมตร

ข้อกำหนดพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ว่าง (Open Space Ratio)

นอกเหนือจากระยะร่นแล้ว กฎหมายยังบังคับเรื่องสัดส่วนพื้นที่ว่างเปล่าภายในแปลงที่ดินอีกด้วย:

  • อัตราส่วนพื้นที่ว่าง (Open Space): อาคารโรงงานและคลังสินค้าโดยทั่วไปต้องมีพื้นที่ว่างอันปราศจากสิ่งปกคลุม ไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ดินทั้งหมด (หรือขึ้นอยู่กับข้อกำหนดผังเมืองแต่ละพื้นที่)
  • พื้นที่น้ำซึมผ่านได้ (Green Area): ในพื้นที่ว่าง 30% ดังกล่าว กฎหมายผังเมืองฉบับใหม่ๆ มักบังคับให้มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ หรือพื้นที่ให้น้ำซึมผ่านได้ (Unpaved Area) ไม่น้อยกว่า 50% ของพื้นที่ว่าง เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารโรงงาน

เพื่อให้การดำเนินการก่อสร้างเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าของธุรกิจต้องเตรียมขั้นตอนการขอใบอนุญาตดังนี้:

ลำดับขั้นตอนรายการเอกสารและกระบวนการหน่วยงานที่รับรับเรื่อง
1. ตรวจสอบข้อกำหนด– ตรวจสอบสีผังเมือง และข้อกำหนดท้องถิ่น
– ตรวจสอบแนวเขตถนนและแหล่งน้ำสาธารณะ
– สำนักงานเขต / เทศบาล / อบต.
– กรมโยธาธิการและผังเมือง
2. ออกแบบตามกฎหมาย– สถาปนิกและวิศวกรออกแบบอาคารตามระยะร่น
– คำนวณพื้นที่ว่าง (Open Space Ratio)
– จัดทำแบบแปลน สถาปัตยกรรม และวิศวกรรม (3D BIM)
– ทีมออกแบบและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ (เช่น Smart Building)
3. ขออนุญาตก่อสร้าง (อ.1)– แบบแปลนอาคาร พร้อมรายการคำนวณทางวิศวกรรม
– เอกสารสิทธิ์ที่ดิน (โฉนด)
– หนังสือยินยอมและใบรับรองของผู้ควบคุมงาน (สย./สส.)
– สำนักงานเขต / เทศบาล / อบต. ในพื้นที่ตั้งโครงการ
4. ยื่นขอใบรับรองอาคาร (อ.6)– ตรวจสอบการก่อสร้างว่าตรงตามแบบ อ.1 หรือไม่
– ยื่นขอใบรับรองการเปิดใช้อาคาร (อ.6)
– กรมขอบรรเทาสาธารณภัย / หน่วยงานท้องถิ่น
5. ขอใบอนุญาตโรงงาน (ร.ง.4)– ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (กรณีเข้าข่ายตาม พ.ร.บ. โรงงาน)– กรมโรงงานอุตสาหกรรม / สกอ. ประจำจังหวัด

ข้อได้เปรียบเมื่อออกแบบโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปให้ตรงตามระยะร่น

การเลือกใช้ โครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป (Smart Frame / PEB) จาก Smart Building ช่วยแก้ปัญหาเรื่องระยะร่นและกฎหมายควบคุมอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้:

  • วางผังอาคารได้เต็มประสิทธิภาพ (Space Maximization): โครงสร้างเหล็กช่วงกว้าง (Clear Span) ช่วยให้ออกแบบอาคารขนาดใหญ่ที่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดภายใต้ข้อจำกัดของระยะร่น
  • ความแม่นยำสูง ไม่เสี่ยงคลาดเคลื่อนหน้างาน: การตัดและประกอบโครงสร้างเหล็กด้วยระบบ CNC จากโรงงาน ทำให้ขนาดของอาคารเป็นไปตามแบบแปลน 100% หมดปัญหาอาคารยื่นเกินระยะร่นจากความคลาดเคลื่อนของการก่อสร้าง
  • ความรวดเร็วในการยื่นขอใบอนุญาต: Smart Building มีทีมวิศวกรคอยจัดทำแบบแปลน รายการคำนวณโครงสร้าง และเอกสารประกอบการยื่นขออนุญาตก่อสร้าง (อ.1) ที่ครบถ้วนตามมาตรฐาน ช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติจากหน่วยงานราชการ

สรุป

ข้อกฎหมายระยะร่นและกฎกระทรวงควบคุมอาคาร ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหากได้รับความเข้าใจและการวางแผนที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น การออกแบบโรงงานและคลังสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันปัญหาการถูกฟ้องร้องหรือสั่งระงับงาน แต่ยังช่วยให้กระบวนการก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่นและส่งมอบงานได้ตามกำหนดเวลา

หากคุณกำลังวางแผนสร้างโรงงาน คลังสินค้า หรืออาคารอุตสาหกรรม และต้องการพันธมิตรที่ดูแลตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ข้อกฎหมาย ไปจนถึงการออกแบบและติดตั้งโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปครบวงจร บริษัท สมาร์ท บิลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเป็นผู้ช่วยให้คำปรึกษาแก่คุณ

ประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงทางกฎหมาย ให้ Smart Building ช่วยดูแลตั้งแต่ขั้นตอนสำรวจพื้นที่ ออกแบบตามกฎหมายควบคุมอาคาร และดำเนินเรื่องขออนุญาตครบวงจร

บทความอื่นๆ
Smart frame food pharma factory
26 สิงหาคม 2026
ทำไมโรงงานอาหารและยา ยุคใหม่ นิยมใช้โครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป (Smart Frame)
ตรวจรับงานโครงสร้างเหล็ก
23 กรกฎาคม 2026
ขั้นตอนการตรวจรับงานโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป สำหรับเจ้าของธุรกิจ
ที่จอดรถโครงสร้างเหล็ก
23 กรกฎาคม 2026
สร้างที่จอดรถโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป ดียังไง? เจาะลึกความคุ้มค่าธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์
A20260625 02 a guide to building and adding a steel frame mezzanine to increase factory space without expanding the building
26 มิถุนายน 2026
คู่มือสร้างต่อเติม “ชั้นลอยโครงสร้างเหล็ก” เพิ่มพื้นที่โรงงานโดยไม่ต้องขยายอาคาร
News 9
ปลอดภัยและได้มาตรฐาน

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. 

Services road freight and container border logistics​​
จัดส่งสินค้าทั่วประเทศ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. 

Cta
ติดตามสถานะได้ง่ายดาย

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. 

Services express delivery
จัดส่งรวดเร็ว

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.